www.krabiall.com

ฤดูฝนเดินชมอ่าวนาง

บนเส้นทางอ่าวไผ่ปล้อง

มองวิถี...ที่นพรัตน์ธารา

...2554 นับว่าปีนี้เป็นปีแห่งฝนจริงๆครับ กระบี่เองก็เช่นกัน ฤดูร้อนซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวก็จะมีฝนตกอยู่เสมอ ยิ่งตั้งแต่สิงหาคมจนถึงกันยายน เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลยครับ ฝนตกชนิดที่ว่าไม่ลืมหูลืมตากันเลยทีเดียวครับ หาใช่ว่าเป็นกฏของธรรมชาติแต่อย่างใด หากแต่เพราะฤดูกาลเดี๋ยวนี้ผันเปลี่ยนแปรไป จนผมนั้นนับไม่ได้ว่าเดี๋ยวนี้มีกี่ฤดูกาล...

ด้วยเหตุผลนี้เอง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผมค่อนข้างที่จะลำบากในการเดินทางบนเส้นทางแห่งจุดหมายของผม

วันหยุดพักผ่อนของผมวันหนึ่ง ซึ่งก็เป็นอีกวันที่ฝนตกในตอนเช้า บรรยากาศแบบนี้เหมาะแก่การนอนพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งครับ แต่ผมนั้นตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพียงเพื่อหวังว่าวันนี้จะเป็นอีกวันที่จะมีเวลาช่วงเวลาที่ฟ้าฝนหยุดตกบ้างครับ... สิ่งที่ผมหวังเป็นผลครับช่วงบ่ายกลับมีแดดแรงจ้า ชนิดที่ว่าร้อนมากๆเลยทีเดียวครับ สภาพอากาศแบบนี้ไม่มีที่ไหนเหมาะสำหรับผมแล้ว นอกจากที่ๆใกล้กับตัวผมมากที่สุด เป็นทางออกของฤดูกาล ณ ช่วงเวลานี้

อ่าวนางคือความคิดแรกที่ผมนึกถึง...ถึงแม้ผมไม่ได้คลั่งใคล้กับที่นี่มากนัก อาจเป็นเหตุผลส่วนตัวบางประการ ที่ผมเป็นคนพื้นที่หรือเพราะผมหลีกหนีความวุ่นวาย...ผมเองก็ไม่แน่ใจมากนัก :-)

ใช่ครับ หากผมนึกถึงอ่าวนาง ผมคิดไปถึงผู้คนมากมาย หลากหลายและความวุ่นวายของรถรา (ขอบอกตามตรงว่า หากเราขับรถไปที่บริเวณอ่าวนางนั้นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับและการเดินเท้าข้ามถนนก็ต้องระมัดระวังด้วยเช่นกัน ถึงแม้เราจะเดินข้ามทางม้าลายก็ตาม)

หากแต่ตอนนี้อ่าวนางไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราเรียกว่า Low Season ตัวผมนั้นรู้ดีว่าอ่าวนางในวันนี้ย่อมแตกต่างจากอ่าวนางเมื่อวานอย่างแน่นอน

ผมมองดูท้องฟ้าอยู่ที่บ้าน ใช้ความคิดไม่นานนักก็จัดเตรียมอุปกรณ์สัมภาระที่จำเป็น ขับมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปอ่าวนาง

บ่ายสามโมงครึ่งผมมาถึงอ่าวนาง มองเห็นนักท่องเที่ยวบางตา อย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ ตอนนี้แดดยังร้อนมากอยู่เลยครับนับเป็นอีกเย็นวันหนึ่งที่มีอากาศดีในช่วงฤดูฝนครับ

หากพูดถึงอ่าวนางผมว่าหลายๆคนคงรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี และผมเองค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าเราเองไม่ได้มาเยือนอ่าวนางเป็นครั้งแรกอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีชายหาดที่สวยงามบวกกับเป็นจุดพักสำหรับการเดินทางไปเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆอีกด้วยครับ

ช่วงที่ผมมาถึงเป็นช่วงน้ำลงครับ ด้วยพื้นที่ชายหาดที่ไม่มากนักผมเพียงได้แต่เดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆครับ ตอนนี้แสงแดดยามเย็นสาดส่องพื้นทราย น้ำทะเลและขุนเขา มันเป็นภาพที่ผมมองไปแล้วเห็นทุกอย่าง อย่างชัดเจนเพราะชายหาดนั้นโล่งไปจนสุดหาดเลยครับ ไม่มีโขดหินมาบดบังแต่อย่างใด

ผมแลเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น นอนอาบแดด อ่านหนังสือกันอย่างสบายใจ ส่วนผมนั้น เดินถ่ายภาพได้สักพักบริเวณชายหาดก็ต้องหนีขึ้นมาพักใต้ต้นไม้ครับ เพราะสู้ไม่ไหวกับแสงแดดในเวลานี้ครับ

ผมมองลงไปและสังเกตคลื่นในทะเลก็ไม่ถือว่าเป็นคลื่นที่แรงมากนักครับ นักท่องเที่ยวบางคนก็เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานครับ ส่วนผมนั้นเดินไป ถ่ายรูปไป ในตอนนี้ผมรู้สึกไร้ซึ่งกลิ่นไอของฤดูฝนไปเลย

ผมเดินถ่ายภาพมาจนสุดชายหาดและนี่เองเป็นจุดหมายปลายทางอีกมุมหนึ่งที่ผมคิดว่า บางคนนั้นยังไม่ได้มาสัมผัสกับที่นี่อย่างแน่นอน

เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่เราสามารถเดินไปอีกหาดหนึ่งที่เราเรียกว่า อ่าวไผ่ปล้อง ซึ่งเมื่อก่อน (นานมาแล้วที่ผมเคยเดินทางไปมา) ไม่ได้มีบันไดแบบนี้นะครับ มีบันไดแบบนี้ถือว่าดีมากๆครับ แต่ก็ต้องเดินด้วยความระมัดระวัง เส้นทางนี้เป็นเส้นทางบันไดเล็กๆ ขนาดเพียงแค่พอจะเดินสวนทางกันได้แค่นั้นเองครับ

และที่สำคัญก่อนเดินทางขึ้นไป มีป้ายบอกว่า Monkey Trail (ผมเองก็ไม่เข้าใจมากนักกับคำนี้ เพราะตลอดเส้นทางที่ผมเดินทั้งไปและกลับ ผมไม่เจอลิงแม้แต่ตัวเดียว หากแต่ว่าวันอื่นอาจจะมีก็ได้ครับ คงต้องระมัดระวังไว้ด้วยนะครับ เพราะลิงนั้นบางตัวก็มีนิสัยดุร้ายเช่นกันครับ)

ผมเดินมาได้สักระยะ ผมก็หยุดพักเหนื่อยและมองออกไปยังทะเล อืมม...เป็นจุดชมวิวที่ดีอีกจุดเลยครับ ตอนนี้ผมได้ความคิดใหม่แล้วครับ...

ผมเดินต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงเส้นทางเดินลงไปยังอีกหาดหนึ่ง ที่เราเรียกว่า อ่าวไผ่ปล้อง ครับ และบริเวณพื้นที่ด้านบนหาดแห่งนี้เองเป็นที่ตั้งของ Centara Grand Beach Resort & Villas ครับ ซึ่งเป็นอ่าวที่ห้อมล้อมไปด้วยขุนเขา มีทัศนียภาพที่สวยงามมากๆครับ

ผมเดินไปที่ชายหาดและสังเกตุได้ว่า หาดทรายที่นี่ก็เหมือนกับหาดทรายที่อ่าวนางครับ เม็ดทรายไม่ได้มีสีขาว หรืออาจจะช่วงนี้เป็นช่วงมรสุมผมเองก็ไม่มั่นใจนักครับ (หากใครต้องการรู้คำตอบก็คงต้องมาเที่ยวอ่าวนางช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแหละครับ)

บางมุมของอ่าวไผ่ปล้องก็มีโขดหินบ้างเล็กน้อยครับ ดูสวยงามไปอีกแบบครับ

ผมเดินถ่ายภาพมุมโน้นมุมนี้ไปเรื่อย มองดูดวงอาทิตย์และก้มดูนาฬิกา ใกล้เวลาอาทิตย์อัสดงแล้วครับ ทำให้ผมนึกถึงจุดชมวิวที่ผมเดินผ่านมาครับ ความคิดใหม่ของผม ใช่ครับผมต้องรีบเดินไปให้ทันอาทิตย์อัสดง บนจุดชมวิวจุดนั้น คิดได้ดังนั้นผมก็รีบเดินกลับเส้นทางเดิมโดยทันที (เวลาน้ำลงเต็มที่เราสามารถเดินอ้อมเขาไปยังอ่าวนางได้โดยที่ไม่ต้องเดินย้อนขึ้นไปทางบันไดครับ)

ผมเดินมาถึงจุดเดิมอีกครั้ง น่าเสียดายที่วันนี้ท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้มทำให้ผมไม่ได้ภาพอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ไม่ผิดหวังที่ผมได้เห็นวิวทิวทัศน์แบบนี้ในช่วงฤดูฝนครับ แค่นี้ผมก็รู้สึกมีความสุขแล้วล่ะครับ

ตอนนี้แสงไฟที่บันไดนั้นติดขึ้นมาแล้วครับ เป็นบทสรุปว่าผมคงต้องรีบเดินลงไปก่อนที่จะมืดกว่านี้ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมนึกถึงคำว่า Monkey Trail ผมกลัวจะเจอตัวหัวโจกมันครับ :-)

ผมเดินมาถึงข้างล่างตอนนี้ก็เริ่มที่จะมืดแล้วล่ะครับ อ่าวนางยามค่ำคืน แสงสว่างนั้นไม่ได้แตกต่างไปจากฤดูท่องเที่ยว ทุกร้านค้าตอนนี้เต็มไปด้วยแสงไฟ บ่งบอกว่า ราตรีนี้อีกยาวนาน...

ตอนนี้ผมแลเห็นนักท่องเที่ยวเริ่มมากขึ้นครับ อาจจะเป็นเพราะตอนกลางวันนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวตามเกาะต่างๆกันครับ หรือไม่ก็อย่างที่เรารู้กันดีครับว่า อ่าวนางคือจุดช้อปปิ้งที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวครับ ที่อาจจะเดินทางมาจากที่ต่างๆ เช่น คลองม่วง ทับแขก อะไรประมาณนี้ครับ

สำหรับผมตอนนี้มืดแล้ว รู้สึกหิวครับ โรตีหลากหลายรสชาติ คือสิ่งที่ผมนึกถึงก่อนจะกลับบ้านในวันนี้ของผมครับ ขอบอกครับว่า โรตีที่อ่าวนาง อร่อยมากๆครับ

ระหว่างผมรอรับโรตีและกำลังจะกลับบ้าน ตอนนี้มีสายฝนโปรยปรายลงมาอีกแล้วครับ อ่าวนางของผมในวันนี้ขอปิดท้ายด้วยโรตีแค่นี้ก่อนนะครับ

เช้าวันรุ่งขึ้นฝนตกตั้งแต่เช้า ฝนหยุดตกสักพักก็มีแดดออกอีกครับ อ่าวนางของผมยังไม่จบเพราะยังมีอีกหาดซึ่งอยู่ติดกับอ่าวนาง มันคือหาดคลองแห้งครับ (หาดนพรัตน์ธารา)ในนามที่เรารู้จักกันดีเหมือนกัน ชายหาดแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ชอบมานั่งพักผ่อนกันในวันหยุดครับ และช่วงน้ำลงเต็มที่หาดคลองแห้งแห่งนี้สามารถเดินลงไปในทะเลชนิดที่ว่า ได้สำรวจพื้นทรายแห่งท้องทะเลแบบเต็มๆครับ

ช่วงฝนหยุดตกผมมองดูท้องฟ้าอากาศแล้วผมจึงตัดสินใจขับรถไปคลองแห้งครับ แต่วันนี้ไม่ได้ขับมอเตอร์ไซค์นะครับ ต้องเอารถยนต์ไป เพราะผมมองดูเมฆฝนแล้ว ไม่สามารถไว้ใจได้ครับ ผมขับรถมาถึงคลองแห้งเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ผมก็เดินไปที่ชายหาดเลยครับ เพื่อที่จะรีบเก็บภาพ สิ่งที่ผมเรียกได้ว่า ไม่ได้เห็นบ่อยนัก ในมุมหนึ่งของที่นี่ คือ วิถีแห่งชาวบ้านครับ ผมเห็นพี่ผู้ชายคนหนึ่งกำลังทอดแหอยู่ครับ (ทอดแหไม่ได้หมายความว่า เอาแหมาทอดนะครับ เพราะมันคงจะไม่อร่อยเท่าไหร่ ทอดแหเป็นภาษาใต้ ที่หมายถึง การหว่านแหครับ) ผมเดินถ่ายภาพพี่ผู้ชายไปเรื่อย เขาทอดแหอยู่ในทะเล ส่วนผมเดินไปตามชายหาด เราเดินขนานกันไป ผมตะโกนถามพี่เขาไปว่า ได้เยอะไหมครับ พี่เขายิ้มให้ผมและตอบว่า "พอได้ ทอดเรื่อย" เป็นคำตอบแบบสั้นๆสไตล์คนใต้ครับ

ผมเดินต่อไปเรื่อยๆ ผมก็เจอกับป้าคนหนึ่งซึ่งกำลังก้มหาอะไรอยู่สักอย่าง ผมเลยถามป้าไปว่า หาอะไรอยู่ครับป้า? ป้าเขาเงยหน้าขึ้นมาหาผมพร้อมกับยืนขึ้น และตอบผมว่า หาหอยเสียบอยู่พร้อมกับยื่นตระกร้าที่มีหอยเสียบให้ผมดู ป้าบอกผม เดี๋ยวๆ ป้าไปล้างมาให้ดู และป้าเดินลงไปในทะเลเพื่อที่จะล้างหอยเสียบที่มีทรายติดอยู่มากมายให้กับผมดูแบบชัดๆ

ป้าล้างหอยเสียบเสร็จก็เดินขึ้นมาหาผม และยื่นตะกร้ามาให้ผมและถามกับผมว่าสวยไหม หอยเสียบ? ผมบอกสวยดีครับ มีหลายสีด้วย ป้าเล่าให้ผมฟังต่อไปอีกว่า หอยเสียบมีเฉพาะที่นี่แหละ หาดคลองแห้งแห่งนี้ ที่อ่าวนางไม่มี ที่อ่าวไผ่ปล้องไม่มี ที่นี่มีหอยเสียบทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงน้ำขึ้นจะหาง่ายกว่าตอนน้ำลง ป้าบอกเดี๋ยวป้าก็รอช่วงน้ำขึ้นอีก

ตอนนี้ป้าคุยกับผมและก็หาหอยเสียบไปด้วย ด้วยความชำนาญผมมองเห็นป้ามองบนพื้นทรายแป๊บเดียวก็รู้ว่าตรงไหนมีหอย เมื่อใดที่ป้าใช้ช้อนขุดทรายขึ้นมานั้นจะต้องมีหอยเสียบติดมาทุกครั้งไป สำหรับผมแล้วเป็นภาพที่น่าจดจำอย่างยิ่งในวันนี้ครับ

ป้ายังบอกกับผมอีกว่า เอาไปดองกับน้ำปลา อร่อยมาก เนื้อหอยเสียบหวานและนุ่ม ป้ายิ้มกับผม ผมพูดคุยกับป้าสักพัก ผมก็ขอบคุณป้าและบอกกับป้าว่าผมกลับก่อนนะครับป้า ขอให้หาหอยเสียบให้ได้เยอะๆนะครับ

ผมขับรถมายังเส้นทางอ่าวนางก็อดที่จะแวะไปถ่ายภาพหาดอ่าวนางยามเช้าไม่ได้ เพราะผมขับรถผ่านและจำได้ดีว่าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนั้นที่นี่ในตอนเช้าจะมีเรือหางยาวมาจอดบริเวณนี้เยอะมากๆครับ เรียกได้ว่าเป็นกองทัพเลยทีเดียวครับ

ผมก็เลยจอดรถและเดินลงไปหาดอ่าวนางอีกครั้ง วันนี้อากาศค่อนข้างมืดครึ้ม ในตอนเช้ายามนี้นักท่องเที่ยวบางส่วนนั้นกำลังทยอยกันเดินไปขึ้นเรือหางยาวเพื่อเดินทางไปเที่ยวเกาะต่างๆกันครับ

ผมเดินถ่ายภาพอยู่ได้ระยะหนึ่ง ก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตูมเดียวเลยครับ เกือบหาที่นั่งพักหลบฝนแทบไม่ทันครับ จริงๆแล้วผมเพียงแค่อยากจะพักหลบฝนครับ แต่เพื่อคำสุภาษิตที่ว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เราต้องพึ่งพากัน ผมก็เลยสั่งอะไรมาดื่มสักหน่อยครับ โห...เช้านี้ฝนปิดฉากเที่ยวชมสามหาดให้กับผมได้อย่างสวยงามครับ ภารกิจฤดูฝนของผมจบสิ้นลงในวันนี้แบบไปต่อที่ไหนไม่ได้อีกแล้วครับ

ฤดูกาลเดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงไป การท่องเที่ยวเดี๋ยวนี้ย่อมเปลี่ยนตาม

การท่องเที่ยวกระบี่นอกฤดูกาล ย่อมพบพาลความสวยงามตามกาลเวลา

ขอขอบคุณ ชา น้องที่ทำงานสำหรับเส้นทางไปยังอ่าวไผ่ปล้อง

ขอขอบคุณ พี่ผู้ชายที่กำลังหว่านแห ที่บอกกับผมว่า "พอได้ ทอดเรื่อยๆ"

ขอขอบคุณ ป้าผู้มีน้ำใจที่ไปล้างหอยเสียบให้ผมถ่ายภาพและข้อมูลของหอยเสียบ ขอให้ป้าหาหอยเสียบได้เยอะๆทุกวันนะครับ

ขอขอบคุณ Haagen-Dazs จุดหยุดพัก ที่ให้ผมได้พักพิง (หลบฝน)

ขอขอบคุณฤดูฝนทั้งสองวัน ที่มีช่วงเวลาให้ผมได้เก็บภาพและข้อมูลจนเสร็จสิ้น

ขอบคุณครับ

กันยายน 2554

ป. ปฏิมินทร์... เรื่องและภาพ