www.krabiall.com

คลองม่วง ช่วงฤดูฝน

เช้าตรู่ของวันหนึ่ง เสียงสายฝนแทรกซึมผ่านกระจกเข้ามายังห้องนอน บ่งบอกให้ผมได้รับรู้ว่า อากาศเช้านี้นั้นจะเป็นอย่างไร ผมแง้มเปิดผ้าม่านออก มองผ่านกระจกไปยังข้างนอก ก็ต้องยอมรับกับความเป็นจริง เฮ้อ..ผิดกับแผนที่ผมวางไว้จริงๆ ผมคิดอยู่ในใจ

นั่งคิดแผนใหม่ในใจอยู่ครู่หนึ่ง ผมตัดสินใจรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำ เก็บอุปกรณ์สัมภาระเตรียมพร้อมออกเดินทาง ณ จุดหมายปลายทาง ที่เราเรียกว่า บ้านคลองม่วง

ผมขับรถฝ่าสายฝนที่เย็นฉ่ำมาได้สักระยะเริ่มมองเห็นแสงสีทองสาดส่องผ่านก้อนเมฆออกมา บ่งบอกให้ผมรับรู้ได้ว่า ปรารถนาที่จะได้ภาพกลับมาของผมเริ่มจะเป็นจริง... ทันทีที่ผมมาถึงคลองม่วง ผมก็พบว่าที่นี่ฝนตกหนักไปก่อนหน้านี้แล้วครับ ที่นี่ตอนนี้ฝนหยุดตกสนิทและเริ่มมีแสงแดดมากขึ้นแล้วด้วยครับ

หากเอ่ยถึง คลองม่วง...ผมเองก็ผ่านเส้นทางนี้อยู่บ่อยครับ แต่ก็ไม่เคยเดินลงไปบริเวณชายหาดเป็นจริงเป็นจังซักที ไหนๆวันนี้มาถึงที่แล้วก็ขอเต็มที่เลยแล้วกัน

หาดคลองม่วงเป็นหาดทรายขาวนวลทอดตัวยาวเหยียดจากหาดอ่าวเสี้ยว ทางด้านใต้ไปจนจรดหาดทับแขกทางทิศเหนือ เป็นหาดที่มีความสวยงามในบรรยากาศเงียบสงบ ยิ่งช่วงหน้าฝนแบบนี้ คำว่าเงียบสงบ สยบผมไปเลยจริงๆครับ

ผมเดินลงไปบริเวณชายหาด มองไปยังทะเลด้านหน้าและตัดสินใจเดินไปทางซ้ายมือก่อน ตอนนี้ผมรับรู้ได้ว่าฝนจะไม่ตกลงมาอีกแน่นอน เพราะตอนนี้แดดเริ่มจ้าขึ้นเรื่อยๆครับ นับว่าโชคดีของผมครับ ผมเดินไปหยุดถ่ายภาพไปบ้าง มองเห็นได้ว่า บางช่วงของหาดทรายก็มีหินและเปลือกหอยบ้างสลับกันไปครับ แต่ที่เห็นได้เด่นชัดคือ ตอนนี้ไม่มีใครเดินอยู่เลยบนหาดทรายแห่งนี้ อาจจะเป็นเพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่ ผมคิดในใจ...

ตอนนี้หาดทรายเพิ่งผ่านช่วงน้ำขึ้นเต็มที่มาครับ และตอนนี้น้ำเริ่มลงบ้างแล้ว ทำให้หาดทรายที่ผมเดินผ่านนั้นเป็นทรายที่แน่นและชุ่มน้ำครับ ผมสังเกตได้ว่า หายทรายที่นี่ในวันนี้ดูสะอาดตามากครับ รู้สึกและสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ ดูแล้วสวยงาม สดชื่น อย่างกับเสียงคลื่น ในตอนนี้จริงๆครับ

ตอนนี้ผมเดินมาจนสุดหาดแล้วครับ ทีนี้ผมจะเดินกลับไปเพื่อที่จะไปให้สุดถึงอีกฝั่งหนึ่งครับ เท่าที่ผมมองดู หาดคลองม่วงก็เป็นอีกหาดหนึ่งที่มีชายหาดที่ค่อนข้างยาวเลยทีเดียวครับ

ผมเดินมาได้สักระยะ รู้สึกร้อนผมก็เดินขึ้นไปหยุดพักบริเวณบนหาดทรายที่มีต้นไม้ครับ ตอนนี้ผมมองเห็นชาวบ้านบริเวณนั้นกำลังทำอะไรอยู่สักอย่างกับเรือที่จอดอยู่ ผมเดินเข้าไปและยิ้มให้พร้อมกับถามไปว่า ทำไหรอยู่ครับ? พี่ผู้ชายหันมามองผมและบอกว่า กำลังซ่อมเรือ ช่วงนี้หน้าโย๊ะ เลยเอาเรือขึ้นมาซ่อม (โย๊ะ หมายถึง มรสุมครับ เขียนยากเหมือนกันครับภาษาใต้) ผมเลยขอพี่เขาถ่ายภาพ พี่เขาบอกผม ตามบายเลย ยาวไปเลย ผมถ่ายภาพไปคุยกับพี่เขาไปด้วย รู้สึกมีมุขตลกเยอะแยะแบบชาวบ้านครับ เล่นเอาผมฮาเลยทีเดียว :-)

พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ผมบอกพี่เขาไปว่า ผมไปก่อนนะ พี่เขาบอก ตามบาย ไปไหนเล่า ผมตอบพร้อมกับยิ้มให้ว่า เดี๋ยวไปฝั่งโน้นครับ เดินเรื่อยๆ

OK เป็นคำปิดท้ายของพี่เขาแบบสั้นๆที่ได้ใจความ แหม พูดภาษาอังกฤษกับผมเลยนะเนี่ย ผมแอบคิดในใจ

ตอนนี้ผมเดินมาอีกฝั่งหนึ่งแล้วครับ รู้สึกฝั่งนี้จะไม่มีเศษก้อนหินและเศษเปลือกหอยเลยครับ มีเพียงแค่เม็ดทรายเนียนละเอียด สำหรับผมแล้วหาดทรายบริเวณฝั่งนี้น่าจะเหมาะกับการอาบแดดและการเล่นน้ำมากกว่าครับ

ตอนนี้ผมเริ่มมองเห็นนักท่องเที่ยวมาเดินเล่นบริเวณชายหาดบ้างแล้วครับ มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติปะปนกันไปครับ บ้างก็ลงเล่นน้ำ บ้างก็นอนบริเวณริมชายหาดครับ ผมรู้สึกได้ว่าหาดทรายฝั่งนี้จะสวยกว่าฝั่งที่ผมเดินผ่านมาจริงๆครับ

ผมเดินมาถึงชายหาดบริเวณหน้า Sheraton Krabi Beach Resort ก็พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ที่นอนเล่นอยู่บริเวณหาดทรายแห่งนี้และส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าของที่นี่แหละครับ ชายหาดที่นี่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆครับ เวลานี้มีเพียงแค่เสียงคลื่นและสายลมที่พัดผ่านแค่นั้นเองครับ รู้สึกสบายจริงๆครับ

ตอนนี้ผมเดินมาถึงใกล้จะจุดที่เรียกว่าสุดหาดแล้วล่ะครับ ซึ่งบริเวณนี้ก็จะมีโขดหินมากมาย และก็จะมีร่องน้ำทอดผ่าน ซึ่งเท่าที่ผมสังเกต เป็นร่องน้ำที่สำหรับชาวบ้านนำเรือออกสู่ทะเลครับ

ผ่านร่องน้ำนี้ไปก็จะก็จะเป็นหาดเกาะกวางครับ ถัดไปจากหาดเกาะกวาง ก็จะเป็นหาดแหลมป่องและก็ตามด้วยหาดทับแขกครับ ซึ่งเป็นชายหาดที่อยู่ในตำบลคลองม่วงทั้งหมดครับ

ตอนนี้ผมเดินมาถึงบริเวณโขดหินครับ ผมมองเห็น หอย และ ปู หลากหลายชนิดครับ ที่อยู่บริเวณโขดหินแห่งนี้ ซึ่งบางพื้นที่ก็มีน้ำเป็นแอ่งอยู่ครับ ปลาบางตัวก็ติดอยู่ที่แอ่งน้ำบริเวณโขดหินนี้เหมือนกันครับ หลังจากที่น้ำได้ลดลงไปจนเลยโขดหินครับ

ผมเดินถ่ายภาพอยู่บริเวณโขดหินอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกเริ่มร้อนมากแล้วครับ บวกกับผมไม่มีทางเดินต่อไปแล้ว ได้แต่เพียงเดินกลับอย่างเดียวครับ ขากลับนี้ต้องยอมรับว่า ผมต้องเดินริมชายหาดเลยทีเดียวครับ เพราะต้องอาศัยร่มไม้ ตอนนี้อากาศนั้นมันร้อนมากครับ พอฝนตกก็ตกหนัก พอแดดออกก็ร้อนจัดจริงๆครับ

ผมเดินถึงที่จอดรถ กำลังคิดจะขับรถกลับ ผมก็นึกถึงเขาหางนาคขึ้นมา ลองแวะไปดูหน่อยดีกว่า ผมบอกกับตัวเอง พร้อมกับขับรถไปเขาหางนาค

ปีกว่าแล้วที่ผมไม่ได้มาที่นี่ ทันทีที่ผมมาถึงภาพเก่าๆเริ่มฟื้นตัวกลับมาหาผม ผมคิดอะไรมากมาย หลากหลายความรู้สึก ที่นี่เป็นพื้นที่แรกที่ผมเริ่มเดินทาง จุดหมาย ปลายทาง ความรู้สึก มันถูกบันทึกไว้กับผมกับที่นี่ ที่ๆผมจะบันทึกไว้ตลอดไป...

สัมผัสแรกที่นี่หน้าฝนแบบนี้ ยังคงชุ่มฉ่ำเหมือนเดิมครับ ทุกอย่างแลดูช่างอบอุ่น ตอนนี้ผมรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งครับ ผมกลับมีแรงขึ้นมา แรงปรารถนาที่จะกลับมาที่นี่ เพื่อพิชิตเขาหางนาคอีกครั้งครับ

แต่มันไม่ใช่ในวันนี้ เพราะตอนนี้กับเวลาที่มีผมทำได้เพียงแค่เดินสำรวจไปถ่ายภาพไปแค่นั้นเองครับ แต่คงมิอาจเดินทางต่อไปให้จนสุดได้ เพราะตอนนี้ก็สายมากแล้วครับ

ผมเดินถ่ายภาพไปเรื่อยจนมาถึงสถานีที่ห้าครับ ผมสรุปกับตัวเอง ผมคงต้องหยุดเพียงแค่สถานีนี้ คงไปต่อไปไม่ได้อีกแล้วกับการเตรียมความพร้อมที่ไม่ดีมากนักของผม...สักวันผมจะกลับมาที่นี่ คือสิ่งที่ผมคิดไว้ในใจก่อนเดินทางกลับ

ภาพเก็บตก

แสงสุดท้ายบริเวณหาดเกาะกวางที่เชื่อมต่อกับหาดแหลมป่องและสิ้นสุดที่หาดทับแขก

ทุกๆอย่างเปลี่ยนแปลงไป ธรรมชาติได้เปลี่ยนตาม แต่ผมเชื่อเสมอว่า ทุกสรรพสิ่งย่อมมีความสมดุลในการเปลี่ยนแปลง

ขอร่วมเป็นกำลังใจกับความสูญเสียของใครต่อใคร กับอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศไทยครั้งนี้ด้วยครับ

ขอขอบคุณ คลองม่วง ช่วงหน้าฝน ที่ทำให้ผมไม่ต้องวิ่งหลบฝน

ขอบขอบคุณ พี่ผู้ชาย ที่บอกว่า ตามบาย กับการถ่ายภาพของผม

ขอขอบคุณทุกๆสรรพสิ่งที่คลองม่วงแห่งนี้ครับ

ขอบคุณครับ

ตุลาคม 2554

ป. ปฏิมินทร์... เรื่องและภาพ

 
 

การเดินทางไปยังหาดคลองม่วง

จากตัวเมืองกระบี่ใช้ทางหลวงหมายเลข 4034 ระยะทางประมาณ 15 กม.เลี้ยวซ้ายที่บ้านหนองทะเลอีกประมาณ 8 กม

กิจกรรมที่น่าสนใจในหาดคลองม่วง

- เดินเล่นชายหาด เล่นน้ำทะเล
- ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกที่สวยงาม
- พักผ่อน ค้างคืนในบรรยากาศสงบ
- เส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติเขาหางนาค